Business Model Canvas

คือ การอธิบายองค์ประกอบของธุรกิจซึ่งมี 9 ส่วน ในแบบที่เรียบง่ายบนหน้ากระดาษเพียงแผ่นเดียว เพื่อให้ทุกคนทุก

ฝ่ายทั้งภายในและภายนอกองค์กรสามารถสื่อถึงสิ่งเดียวกันได้อย่างตรงประเด็น เข้าใจง่าย และ นำไปใช้งานได้ทันที

Business Model Canvas

โดย | ม.ค. 9, 2022 | Blog, Business, Uncategorized

สรุปรายละเอียดทั้ง 9 ช่อง ของ Business Model Canvas

องค์ประกอบหลักทั้ง 9 ของ BMC 

 

  1. ลูกค้า (Customer Segments—CS) ผู้ซื้อสินค้าหรือบริการ 
  2. คุณค่า (Value Propositions—VP) จุดขายของสินค้า หรือ บริการนั้น 
  3. ช่องทาง (Channels—CH) วิธีในการสื่อสารไปถึงลูกค้า 
  4. ความสัมพันธ์กับลูกค้า (Customer Relationships—CR) วิธีในการรักษาลูกค้าเดิม 
  5. กระแสรายได้ (Revenue Streams—RS) รายได้ของธุรกิจนี้ 
  6. ทรัพยากรหลัก (Key Resources—KR) สิ่งที่ต้องมีในการดำเนินธุรกิจ 
  7. กิจกรรมหลัก (Key Activities—KA) กิจกรรมที่ต้องทำเพื่อให้โมเดลธุรกิจอยู่ได้ 
  8. พันธมิตรหลัก (Key Partners—KP) ส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งการช่วยป้อนวัตถุดิบและการช่วยขาย 
  9. โครงสร้างต้นทุน (Cost Structure-C$) ต้นทุนทั้งหมดของธุรกิจนี้
ประกอบด้วย 3 ส่วน เพื่อให้เราใช้เป็นแฟรมเวิรค์ในการเข้าใจลูกค้าอย่างแท้จริง

  1. Job – ความต้องการเบื้องหลัง หรือ งานที่ลูกค้าต้องการทำให้เสร็จ มี 3 ด้าน คือการสร้างผลลัพธ์การต้องการแสดง

ภาพให้สังคมยอมรับ และความรู้สึกส่วนตัวของลูกค้าเอง

  1. Pain – สิ่งที่รบกวนลูกค้าในช่วงก่อน ระหว่างและหลังการทำงาน อาจเป็นแง่มุมที่คิดแล้วกังวลทำให้ไม่อยากทำ ปัญหา

หรืออุปสรรคในการทำงาน และความเสี่ยงต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นทำให้งานไม่สำเร็จ

  1. Gain- ความพึงพอใจในการทำงาน หรือ ความต้องการให้สำเร็จอย่างราบรื่น อาจเป็นความคาดหวังว่าถ้ามีบางอย่าง

มาช่วยจะทำให้ทำงานได้สำเร็จง่ายขึ้น หรือเป็นสิ่งที่เกินความคาดหวังแต่ได้มาแล้วทำให้มีความสุข

และส่วนของบริษัทที่ทำหน้าที่ตอบโจทย์ลูกค้า

  1. Product/Service – สินค้าหรือ บริการที่เรา ต้องการนำ เสนอให้ลูกค้า 
  2. Pain Reliever – สินค้าหรือ บริการของเรา ช่วยลดความทุกข์อะไรให้ลูกค้าได้บ้าง 
  3. Gain Creator- สินค้าหรือ บริการของเรา ช่วยเพิ่มความสุขอะไรให้ลูกค้าได้บ้าง

การตลาด คือเรียนรู้ผู้บริโภค กลุ่มหนึ่ง และเราจะกระจายการรับรู้สินค้าเราให้ผู้บริโภคของสินค้าเรา ถ้าเกินขอบเขตตลาด (ถ้าเราทำการสื่อสารนอกขอบเขต ต่อให้เค้ารู้จักเราเยอะ เค้าก็ไม่ซื้อเรา จะเกิดการศูนย์เสียเงินค่าการตลาดได้ นั้นจึงเป็นเหตุให้เราควนเริ่มธุรกิจ ที่ความต้องการ หรือปัญหาของลูกค้าเป็นอย่างแรก

เพื่อให้สามารถเข้าใจลูกค้าเราจึงทำ Segmentation แบ่งลูกค้าออกเป็นกลุ่ม ๆ 

5 CHANNEL 

Phase 1: Awareness รู้ว่ามี “เรา” อยู่

Phase 2: Evaluation ให้ได้ “พิจารณา” /Educate, Freemium

Phase 3: Purchase ได้เวลา “ขาย”

Phase 4: Delivery ส่งมอบ สินค้า หรือ บริการ

Phase 5: After Sales การสนับสนุนต่อเนื่อง

ทำไมถึงต้องมีการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า?

Customer Acquisition > หาลูกค้าใหม่

Customer Retention > รักษาลูกค้าเก่า

Increasing Sales > เพิ่มยอดขาย

เราต้องตอบให้ได้ว่า รายได้หลักของเรามาจากอะไร เช่น การขายสินค้า การให้บริการ การจัดเก็บรายได้จากระบบสมาชิก ฯลฯ แล้วเรามีรายได้รองจากแหล่งอื่นๆอีกหรือไม่ เพราะการที่เราระบุแหล่งรายได้อย่างชัดเจน จะทำให้เรารู้ว่า เราควรเน้นหนักไปในทิศทางใด เพื่อก่อให้เกิดรายได้สูงสุดให้กับธุรกิจ
Physical – ตึก, รถ, เครื่องจักร

Intellectual – Brand, Patent, Copyright

Human – Manager, Team

Financial – Cash, Credit, Stock Option

Production – ออกแบบ, ผลิต, จัดส่ง/โรงงาน

Problem Solving – Solution for customer/Consult, Hospital, Service

Platform/Network – Software, Match Making, Brand/ EBay, Visa

มีทั้งหมด 4 รูปแบบ

  1. พันธมิตรเชิงกลยุทธ์  (ไม่ใช่คู่แข่ง)
  2. Coopetition – พันธมิตรเชิงกลยุทธ์ btw ไม่ใช่คู่แข่งcom
  3. กิจการร่วมค้าเพื่อพัฒนาธุรกิจใหม่
  4. ความสัมพันธ์ระหว่างผู้ซื้อกับซัพพลายเออร์
สิ่งที่คุณต้องรู้เกี่ยวกับค่าใช้จ่าย

  • องค์ประกอบต้นทุนหลัก
  • ทรัพยากรหลักหรือกิจกรรมหลัก key
  • ความเกี่ยวข้องระหว่างกิจกรรมและคุณค่า
  • ระบุต้นทุนคงที่ / ผันแปร
  • ขับเคลื่อนคุณค่า / ขับเคลื่อนด้วยต้นทุน

ผมอยากจะบอกว่า
เราอยู่ในยุคที่ .. คนที่ปรับเปลี่ยนได้ก่อนจะเป็นผู้ชนะ สำหรับคนที่สามารถปรับเปลี่ยน Business Model ได้อย่างแม่นยำและรวดเร็ว รวมถึงสามารถนำเทคโนโลยีมาปรับใช้เพื่อการเติบโตได้
เพราะฉนั้นแล้ว… ใครที่สามารถเริ่มได้ก่อนย่อมได้เปรียบครับ

กล้าที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเอง ยอมรับสิ่งใหม่…สิ่งที่เคยทำสำเร็จในอดีต อาจไม่สำเร็จในอนาคต
“ในโลกที่ความไม่แน่นอน คือความแน่นอน”