9 เทคโนโลยี ที่มีโอกาส หายไปในอีก 10 ปีข้างหน้า

โลกหมุนเร็วขึ้นทุกปี  ซึ่งภายในปี 2010

คุณจะรู้สึกเหมือนกับมันว่าเพิ่งผ่านมาได้ไม่นาน  ซึ่งเป็นปีที่มีการจัดตั้งองค์กรที่มีการเปลี่ยนหน้าประวัติศาสตร์ในการสร้างสิ่งประดิษฐ์สุดเจ๋ง  แต่ทว่าภายใน  5-10 ปีข้างหน้าจะมีเทคโนโลยีต่าง ๆอีกมากมายที่เกิดขึ้น  แต่ในขณะที่เราก้าวไปข้างนั้นเราเคยมองย้อนกลับมาข้างหลังบ้างหรือไม่ว่าเราได้ทิ้งอะไรไปบ้าง

1. เทคโนโลยีกระจกมองข้างรถยนต์ใหม่

เทคโนโลยีมากมายได้มีการคิดค้นและพัฒนาขึ้นเพื่อช่วยให้เราปลอดภัยในการขับขี่มากยิ่งขึ้น  โดยเทคโนโลยีเหล่านี้สร้างกำไรมหาศาล  ยกเว้นกระจกมองข้างที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา  แต่ทว่ารถยนต์ในอนาคตกำลังจะมีการเปลี่ยนแปลงกระจกมองข้างไปตลอดกาล  นั่นคือกระจกมองข้างที่มีความล้ำสมัยของกล้องวีดีโอที่ชัดระดับ High definition  และมีความสามารถมากกว่ากระจกธรรมดา  ที่กำลังจะเข้ามาทำหน้าที่แทน

กระจกมองข้างรถยนต์กำลังจะมาถึงจุดเปลี่ยนที่สำคัญในอีกไม่ช้า  ในบริษัทรถยนต์ยักษ์ใหญ่หลายบริษัทกำลังจะแทนที่กระจกมองข้างด้วยกล้องวีดีโอ  ที่สามารถทำหน้าที่ได้ดีกว่าในแง่ของการให้ทัศนวิสัยซึ่งไร้จุดบอดในยามที่คุณต้องเปลี่ยนทิศทางรถไปด้านข้างหรือถอยรถ  ซึ่งถูกกล่าวถึงอย่างมากว่าคือนวัตกรรมที่ใช้งานได้จริงและสามารถเริ่มใช้งานได้ทันทีถ้าหากรัฐบาลในหลายประเทศยอมรับที่จะเปลี่ยนระบบข้อบังคับเดิมที่เคยตราไว้ในกฎหมาย

2. รีโมทจะหมดไป

ในอานาคตเราจะสามารถควบคุมอุปกรณ์เพื่อความบันเทิงต่าง ๆได้โดยปราศจากรีโมท  ซึ่งบริษัทวิจัยตลาดรายงานว่าภายในปี 2020 เราจะสามารถใช้เทคโนโลยีเพื่อเชื่อมต่อกับอุปกรณ์หมื่นล้านเครื่องทั่วโลกในการสั่งงานต่าง ๆเป็นระบบดิจิตอล  และในตอนนี้ก็เริ่มเห็นเค้าลางแล้วว่ามีการผลิต Amazon Echo และ Google home ซึ่งเป็นอุปกรณ์ Voice activated speaker หรือว่าลำโพงที่สามารถทำให้ค้นหาและทำอะไรหลาย ๆอย่างได้เพียงแค่เราใช้คำสั่งเสียงเท่านั้น  อีกทั้งยังสามารถใช้สั่งอุปกรณ์ต่าง ๆที่ติดตั้งภายในบ้านด้วยคำสั่งเสียงได้อีกด้วย

3. ตู้ ATM

เมื่อถึงปี 2020  อุปกรณ์จำนวนมากจะสามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้อย่างไร้ขีดจำกัดมากขึ้น  การผลิตหรือการใช้เงินสด และการกดตู้ ATM อาจจะหมดไป  เพราะทุกวันนี้มีบริการทางการเงินมากมายให้เราเลือกใช้เพื่อความสะดวก  ไม่ว่าจะเป็น internet banking หรือการใช้บัตรเครดิตผ่านโทรศัพท์มือถือ  ไม่แปลกที่อีกไม่กี่ปีข้างหน้าโลกเราจะก้าวหน้าจนคุณสามารถทำธุรกรรมทุกอย่างผ่านมือถือได้ทั้งหมด  ธนาคารกลางสหรัฐ (อังกฤษ: Federal Reserve (System) หรือ Fed) ได้มีการเปิดเผยข้อมูลของกลุ่มคนที่มีอายุต่ำกว่า 35 ปีที่มาใช้บริการธนาคารมีจำนวนมากถึง 50 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งมีมากกว่า 1 ใน 5 คนที่ไม่เคยมีประสบการณ์การเขียนเช็คเลย  ซึ่งถือว่าเป็นการแบ่ง Generation ที่ชัดเจน  แต่ในยุโรปยังดูเหมือนว่าเป็นเรื่องที่นิยมใช้กันอยู่เป็นส่วนใหญ่   ซึ่งมันอาจจะแค่จนกว่าการเข้ามาแทนที่ของอุปกรณ์ที่จะสามารถใช้งานได้ง่ายขึ้นเท่านั้น  และเมื่อถึงเวลานั้นระบบดังกล่าวก็อาจจะหายไปได้อย่างไม่ยากเย็นในไม่ช้า  และเมื่อเงินสดไม่จำเป็น ATM จะมีไว้ทำไมกันเหรอครับ

4. Password

ซึ่งเหมือนกับมันจะเป็นเรื่องยากที่จะหายไปเพราะในปัจจุบันเป็นสิ่งที่ใช้กันอย่างกว้างขวางทั่วโลก  คนทั่วไปมักจะมี Password มากกว่า 1 ชุดและยังพบว่าบางคนมี Password มากถึง 19 ชุดกันเลยทีเดียว  แต่ว่าบางที่ Password ของพวกเขาก็ไม่มีความปลอดภัยเลย   คุณอาจจะเถียงว่ามันไม่จริงใช่ไหมครับ เพราะว่า Password ของฉันมีชุดมากทำไมถึงจะไม่ปลอดภัยละ?  แต่นั่นก็มีโอกาสโดนแฮกได้อยู่ดีไม่ต่างจากคนอื่นเท่าไหร่

ในปัจุปันโทรศัพท์มือถือเป็นอุปกรณ์หลักในการเข้าสู่กิจกรรมออนไลน์ต่าง ๆ โดยมีการใส่ Password ไม่ว่าจะเป็นรอยนิ้วมือ  เสียง  หรือแม้กระทั่งการจดจำใบหน้าที่เข้ามาแทนที่การใส่ Password  เช่น ชื่อน้องหมาหรือวันครบรอบวันแต่งงานของคุณ  แต่นั่นก็ยังมีความเสี่ยงอยู่บาง  แต่เชื่อได้เลยว่า password แบบตัวพิมพ์จะไม่จำเป็นอีกต่อไป  นอกจากนี้ระบบความปลอดภัยที่น่าจะเป็นที่แพร่หลายมากขึ้นในการนำไปใช้ทั่วโลกออนไลน์โดยที่ไม่ต้องกังวนเรื่องการจำ Password อีกแล้ว  เพราะการล็อคทุกอย่างจะสามารถปลดล็อกได้ด้วยอวัยวะของคุณนั่นเอง  นั่นก็คือ Password จากร่างกาย  ซึ่งจะมีความปลอดภัยต่อการถูกแฮกมากกว่า Password แบบพิมพ์ก็จริง  แต่เชื่อผมเถอะครับว่าในเวลาที่เราหลับแฟนเราก็สามารถเอานิ้วของเราไปสแกนโทรศัพท์แอบมาดูข้อความแชทของเราได้อยู่ดีนั่นแหละ  ความลับไม่มีในโลกสำหรับมนุษย์แฟนจริง ๆ

5. Flash Drive

ในโลกสมาร์ทโฟนใช้สัญญาณอินเตอร์เน็ตครอบคลุมมากกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ที่มีคนอาศัยอยู่  ซึ่งตอบสนองกับบริการ Cloud Storage หรือก้อนเมฆเก็บข้อมูล  ในสมัยก่อนนั่นเองผู้คนส่วนใหญ่นิยมเก็บข้อมูลไว้ในก้อนเมฆเก็บข้อมูลกันเป็นจำนวนมาก  โดยมีข้อดีหลายประการ เช่น สามารถกำหนดให้เป็นแบบส่วนตัวหรือสาธารณะได้  อีกทั้งยังสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ทุกที่ทุกเวลาและทุกอุปกรณ์ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต  ในปัจจุบันได้มีผู้ให้บริการ Cloud Storage มากมาย เช่น Apple iCloud Microsoft OneDrive  เป็นการทำให้ทุกคนสามารถเข้าถึงข้อมูลตลอดเวลาโดยไม่จำเป็นต้องพกพาข้อมูลใส่ Flash Drive นี่ยังไม่รวมถึงการที่สมาร์ทโฟนจะถูกพัฒนาจนเพิ่มปริมาณความจุได้อีกมหาศาลในอนาคตข้างหน้าและนั่นหมายความว่าต่อไป Flash Drive อาจจะเป็นแค่ความทรงจำในตำนานของยุคอนาล็อก  ก็ต้องติดตามกันต่อไป

6. เอกสารแบบกระดาษ

ตอนนี้กำลังใกล้ความจริงในการเลิกใช้เอกสารแบบกระดาษเข้าไปทุกที  แม้ว่าในปัจจุบันการใช้เอกสารที่เป็นกระดาษยังเป็นที่นิยม  เพราะว่าเอกสารที่สำคัญบางเรื่องต้องมีการเซ็นลงนามเพื่อเป็นหลักฐาน  แต่จากนี้ต่อไปเอกสารสำคัญต่าง ๆจะสามารถเข้าถึงอัตลักษณ์บุคคลของผู้ที่เกี่ยวข้องในการทำธุรกรรมหรือทำสัญญาทำให้การจ่ายเงินหรือการทำสิ่งต่าง ๆเป็นไปด้วยความรวดเร็วและมีความปลอดภัย  ในปัจจุบันบริษัทอสังหาริมทรัพย์  ธนาคาร  บริษัทประกันชีวิตและประกันสุขภาพต่าง ๆจะเริ่มนำมาปรับใช้กับธุรกิจเพื่อเป็นการเพิ่มศักยภาพให้กับการบริการและเปิดประสบการณ์ใหม่ให้กับผู้ใช้งาน  ซึ่งในอนาคตอันใกล้นี้การทำสัญญาต่าง ๆจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป  มันถึงเวลาแล้วที่จะต้องมีการปรับตัวรับสิ่งใหม่ ๆเพื่อให้ทุกอย่างเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น  บริษัทในปัจจุบันก็เริ่มหันมาใช้การเซ็นเอกสารทุกอย่างใน iPad หมดแล้ว  ที่ยังคงเหลือเป็นกระดาษอยู่ก็จะมีแค่เล่มกรมธรรม์ที่ส่งมอบให้ลูกค้านี่แหละและอาจจะมีการโปรโมทนิดๆไปด้วย

7. ปริ้นเตอร์

เมื่อกระดาษหมดไปปริ้นเตอร์ก็คงหมดหน้าที่  คุณต้องการปริ้นเอกสารทั้งหมดกี่แผ่น?  มันเป็นคำถามที่มักจะพบบ่อยในปี 2000  ตอนนี้ไม่มีใครต้องการปริ้นเอกสารต่อไปนี้แล้ว  ทั้งบิลค่าใช้จ่ายที่เป็นแบบฟอร์มรวมไปถึงเอกสารทางราชการส่วนใหญ่  ซึ่งนั้นเราสามารถเข้าถึงการกรอกรายละเอียด  การจัดเก็บ  และส่งทุกอย่างได้ทางออนไลน์อย่างปลอดภัยโดยไม่จำเป็นต้องใช้ปริ้นเตอร์อีกต่อไปแล้วแน่ครับ

8. โรงภาพยนต์

ตอนนี้เป็นมีอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนชอบดูหนังที่สามารถจ่ายรายเดือนได้ในราคาที่ไม่แพงเท่าไหร่  และสามารถนั่งดูได้ตามอัธยาศัย  ก่อนหน้านี้ในช่วงที่ VDO และ VCD เป็นที่นิยม อยู่ดีๆ บริษัทขนาดใหญ่ก็ต้องทยอยปิดตัวลง  เพราะว่าผู้คนเริ่มนิยมความสะดวกสบายมากขึ้น   ทำให้พฤติกรรมการรับชมภาพยนตร์ของคนเราเปลี่ยนไป  และโรงภาพยนตร์ที่ไม่มีการปรับปรุงอะไรให้น่าสนใจยิ่งขึ้นก็อาจจะต้องปิดตัวลงภายในปีนี้เช่นกัน

9. เข็มฉีดยา

ในอนาคตอาจจะมีข่าวดีสำหรับคนที่กลัวเข็มฉีดยาให้สบายใจกันบางแล้ว  เพราะโลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่เข็มฉีดยาที่กำลังจะหมดลงในเร็วๆนี้  โดยเข็มฉีดยาจะมีลักษณะคล้ายแคปซูลยา  ซึ่งวิธีการใช้แรงดันสูงในแคปซูลจะฉีดยาเข้าสู่ร่างกายผ่านเยื่อบุกระพุ้งแก้ม  ทั้งนี้งานวิจัยนี้ยังอยู่ในขั้นเริ่มต้น  แต่ได้มีการทดลองกับกระต่ายและได้ผล  แต่ต้องวิจัยต่อไปว่าจะได้ผลลัพธ์กับสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดใหญ่หรือไม่ก่อนที่จะมีการนำมาทดลองใช้กับมนุษย์  ถ้าหากทำสำเร็จก็จะช่วยเปลี่ยนวิธีการฉีดวัคซีนและยาบางชนิดได้  และจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในกรณีที่เกิดวิกฤตด้านสาธารณสุขที่มีความเร่งด่วนที่จะต้องให้ยาหรือวัคซีนนอกจากนี้ยังมีการวิจัย Capsule Q posket แบบกลืนทางปากและให้ยาแตกตัวในทางเดินอาหารแบบเดียวกับยาทั่วไป  และมีการนำไปใช้กับการให้อินซูลินในผู้ป่วยเบาหวาน  และอาจจะมีการพัฒนาต่อยอดให้ผู้ใช้ยาที่ฉีดเข้าสู่ร่างกายชนิดต่าง ๆ  จนกระทั่งเข็มฉีดยาหมดไปจากโลก